20/4/59

จบที่เจ๊า! นิวฯลุ้นหนีตกชั้นต่อยันเสมอเรือใบ 1-1


นิวคาสเซิล วันนี้เปลี่ยนแปลงแค่ตำแหน่งเดียว โดยราฟา เบนิเตซเลือกส่งเปเรซลงเป็นตัวจริงแทนที่จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุมทีเพิ่งเสียสถิติลงเล่นติดต่อกัร 33 นัดในลีกลงวันนี้ โดยกองหน้าชาวสเปนจะประสานงานกับซิสเซ่และมิโตรวิชในแดนหน้า รวมถึงมีแอนดรอส ทาวน์เซนด์ยืนในตำแหน่งหน้ากึ่งปีกสนับสนุนด้วย

ส่วนทางด้านแมนฯ ซิตี้ ได้แวงซองต์ กอมปานีกลับมาจากอาการบาดเจ็บแทนโอตาเมนดี้มาจับคู่กับม็องกาลา ส่วนกองกลางซามีร์ นาสรีโดนดร็อปไปแล้วส่งฟาเบียน เดลฟ์ลงเล่นกับเฟร์นานโด กองหน้าเซร์คิโอ อเกวโรที่มีสถิติที่ดีในการยิงประตูนิวคาสเซิลรับบทเป็นหน้าเป้า

เริ่ม ครึ่งแรกมา เกมทั้งสองทีมยังคงสูสีอยู่แต่เจ้าบ้านมีโอกาสมากกว่าในช่วงต้น โดยมีจังหวะที่ซิสเซได้โหม่งในกรอบ แต่บอลไปตกหลังตาข่ายประตู ยังเสมอกันอยู่

นาทีที่ 14 ประตูของเรือใบสีฟ้าก็เกิดขึ้น โดยอเกวโรได้โหม่งในพื้นที่เสาแรกจากการครอสส์ของโคราลอฟส่งบอลเข้าประตู ถึงแม้ภาพช้าจะชี้ให้เห็นว่ากองหน้าอาร์เจนไตน์อาจจะล้ำหน้าไปนิดเดียวแบบ ก้ำกึ่ง แต่ก็เป็นประตูของทีมเยือนส่งให้ขึ้นนำก่อน 0-1

นาที ที่ 22 เดอ บรอยน์ได้โอกาสจากการเล่นหนึ่งสองกับเกวโรในพื้นที่สุดท้าย ดาวเตะชาวเบลเยียมได้ยิงก่อนส่งบอลเฉียดเสาแรกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แมนฯ ซิตี้พลาดได้ประตูนำห่าง

จาก นั้นอีก 6 นาทีต่อมา ซิสโซโก้ได้โอกาสยิงจากบริเวนเส้นเขตโทษ จากความผิดพลาดของกอมปานี แต่แข้งเฟร้นช์แมนส่งบอลไปติดเซฟของโจ ฮาร์ทอย่างน่าเสียดาย

อย่างไร ก็ตาม นาทีที่ 31 เดอะ แม็กพายมาได้ประตูตีเสมอ โดยการลากขึ้นมาของเวอร์นอน แอนนิต้าแล้วตัดเข้าในก่อนล็อกผ่านโคราลอฟแล้วซัดไกลเข้าประตูอย่างสวยงาม นิวคาสเซิลไล่มาเป็น 1-1

ช่วงท้ายไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันอยู่ 1-1

เริ่ม ครึ่งหลังมาจนถึงนาทีที่ 54 นาบาสลากบอลมาจนถึงเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนจะโยนเข้ากลาง บอลที่ดูเหมือนเป็นการส่งกลับผิดเหลี่ยมจนเกือบปลิ้นเข้าใต้คาน ยังดีที่แดร์โลว์ปัดออกไปได้

ผ่าน มาจนถึงช่วงกลางของของครึ่งกลัง ทั้งสองทีมยังทำได้ดี โดยเจ้าบ้านสู้สุดใจในการหนีตายจนสามารถทำเกมสู้กับทีมเยือนได้ดีทีเดียว ส่วนเรือใบสีฟ้าก็ไม่ยอม มีโอกาสสร้างสรรค์เกมขึ้นมาจนถึงพื้นที่สุดท้ายได้เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีประตูเพิ่ม

ใน ช่วงก่อนถึงท้ายเกมมีการแก้เกมจากทั้งสองทีมมากมาย โดยการเปลี่ยนตัวของเปเยกรินี่ที่ส่งเฟร์นานโดลงมาแทนยาย่า ตูเร่และวิลฟรีด โบนีที่ได้รับโอกาสแทนเฆซุส นาบาส ส่วนทางด้านเจ้าบ้านก็ส่งไวจ์นัลดุมลงมาทำเกมรุกแทนทาวน์เซนด์ และอารอนส์ที่ลงมาล่าตาข่ายแทนเปเรซในช่วงท้าย

เกม ช่วง 15 นาทีสุดท้ายเป็นไปอย่างไม่ค่อยมีลุ้นอะไรมากนัก โดยที่ทั้งสองทีมเสียบอลส่วนมากกันในแดนกลางและส่งผลให้เกมไม่ค่อยมีลุ้นได้ ยิงกันมากมายนักในพื้นที่สุดท้าย

เข้า สู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ถึงตรงนี้โอกาสจากทางฝั่งเจ้าบ้านมีเพียง 5 ทั้งทั้งเกม ส่วนทีมเยือนก็ไม่มาก รวมทั้งที่ยิงเข้ากรอบและออกนอกกรอบเพียง 8 ครั้ง ส่งผลให้ความตื่นเต้นของแฟนบอลอยู่ในระดับที่ไม่หวือหวาตื่นเต้นเท่าที่ควร จะเป็น

โอกาสในช่วงท้ายเกมเป็น ของนิวคาสเซิล โดยนาทีที่ 88 ตัวสำรองอย่างไวจ์นัลดุมได้หลุดมายิงมุมแคบทางด้านซ้าย แต่บอลจากเท้าของดาวเตะชาวดัตช์ไม่สามารถผ่านมือของโจ ฮาร์ทไปได้
จาก นั้นหมดเวลา 90 นาที นิวคาสเซิลเสมอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1 ส่งผลให้เจ้าบ้านเก็บเพิ่มได้อีก 1 แต้มมามี 29 คะแนน ยังพอมีลุ้นหนีตกชั้นในช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนทีมเยือนมี 61 คะแนน หนีอันดับสี่อย่างอาร์เซนอลไปเพียง 1 แต้ม ยังต้องขับเคี่ยวลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป

© ขอบคุณเนื้อหาจาก Goal.com