นิวคาสเซิล
วันนี้เปลี่ยนแปลงแค่ตำแหน่งเดียว โดยราฟา
เบนิเตซเลือกส่งเปเรซลงเป็นตัวจริงแทนที่จอร์จินิโอ
ไวจ์นัลดุมทีเพิ่งเสียสถิติลงเล่นติดต่อกัร 33 นัดในลีกลงวันนี้
โดยกองหน้าชาวสเปนจะประสานงานกับซิสเซ่และมิโตรวิชในแดนหน้า
รวมถึงมีแอนดรอส ทาวน์เซนด์ยืนในตำแหน่งหน้ากึ่งปีกสนับสนุนด้วย
ส่วนทางด้านแมนฯ ซิตี้
ได้แวงซองต์ กอมปานีกลับมาจากอาการบาดเจ็บแทนโอตาเมนดี้มาจับคู่กับม็องกาลา
ส่วนกองกลางซามีร์ นาสรีโดนดร็อปไปแล้วส่งฟาเบียน เดลฟ์ลงเล่นกับเฟร์นานโด
กองหน้าเซร์คิโอ
อเกวโรที่มีสถิติที่ดีในการยิงประตูนิวคาสเซิลรับบทเป็นหน้าเป้า
เริ่ม
ครึ่งแรกมา เกมทั้งสองทีมยังคงสูสีอยู่แต่เจ้าบ้านมีโอกาสมากกว่าในช่วงต้น
โดยมีจังหวะที่ซิสเซได้โหม่งในกรอบ แต่บอลไปตกหลังตาข่ายประตู
ยังเสมอกันอยู่
นาทีที่ 14
ประตูของเรือใบสีฟ้าก็เกิดขึ้น
โดยอเกวโรได้โหม่งในพื้นที่เสาแรกจากการครอสส์ของโคราลอฟส่งบอลเข้าประตู
ถึงแม้ภาพช้าจะชี้ให้เห็นว่ากองหน้าอาร์เจนไตน์อาจจะล้ำหน้าไปนิดเดียวแบบ
ก้ำกึ่ง แต่ก็เป็นประตูของทีมเยือนส่งให้ขึ้นนำก่อน 0-1
นาที
ที่ 22 เดอ บรอยน์ได้โอกาสจากการเล่นหนึ่งสองกับเกวโรในพื้นที่สุดท้าย
ดาวเตะชาวเบลเยียมได้ยิงก่อนส่งบอลเฉียดเสาแรกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แมนฯ
ซิตี้พลาดได้ประตูนำห่าง
จาก
นั้นอีก 6 นาทีต่อมา ซิสโซโก้ได้โอกาสยิงจากบริเวนเส้นเขตโทษ
จากความผิดพลาดของกอมปานี แต่แข้งเฟร้นช์แมนส่งบอลไปติดเซฟของโจ
ฮาร์ทอย่างน่าเสียดาย
อย่างไร
ก็ตาม นาทีที่ 31 เดอะ แม็กพายมาได้ประตูตีเสมอ โดยการลากขึ้นมาของเวอร์นอน
แอนนิต้าแล้วตัดเข้าในก่อนล็อกผ่านโคราลอฟแล้วซัดไกลเข้าประตูอย่างสวยงาม
นิวคาสเซิลไล่มาเป็น 1-1
ช่วงท้ายไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันอยู่ 1-1
เริ่ม
ครึ่งหลังมาจนถึงนาทีที่ 54 นาบาสลากบอลมาจนถึงเกือบสุดเส้นหลัง
ก่อนจะโยนเข้ากลาง
บอลที่ดูเหมือนเป็นการส่งกลับผิดเหลี่ยมจนเกือบปลิ้นเข้าใต้คาน
ยังดีที่แดร์โลว์ปัดออกไปได้
ผ่าน
มาจนถึงช่วงกลางของของครึ่งกลัง ทั้งสองทีมยังทำได้ดี
โดยเจ้าบ้านสู้สุดใจในการหนีตายจนสามารถทำเกมสู้กับทีมเยือนได้ดีทีเดียว
ส่วนเรือใบสีฟ้าก็ไม่ยอม
มีโอกาสสร้างสรรค์เกมขึ้นมาจนถึงพื้นที่สุดท้ายได้เรื่อยๆ
แต่ก็ยังไม่มีประตูเพิ่ม
ใน
ช่วงก่อนถึงท้ายเกมมีการแก้เกมจากทั้งสองทีมมากมาย
โดยการเปลี่ยนตัวของเปเยกรินี่ที่ส่งเฟร์นานโดลงมาแทนยาย่า ตูเร่และวิลฟรีด
โบนีที่ได้รับโอกาสแทนเฆซุส นาบาส
ส่วนทางด้านเจ้าบ้านก็ส่งไวจ์นัลดุมลงมาทำเกมรุกแทนทาวน์เซนด์
และอารอนส์ที่ลงมาล่าตาข่ายแทนเปเรซในช่วงท้าย
เกม
ช่วง 15 นาทีสุดท้ายเป็นไปอย่างไม่ค่อยมีลุ้นอะไรมากนัก
โดยที่ทั้งสองทีมเสียบอลส่วนมากกันในแดนกลางและส่งผลให้เกมไม่ค่อยมีลุ้นได้
ยิงกันมากมายนักในพื้นที่สุดท้าย
เข้า
สู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ถึงตรงนี้โอกาสจากทางฝั่งเจ้าบ้านมีเพียง 5
ทั้งทั้งเกม ส่วนทีมเยือนก็ไม่มาก รวมทั้งที่ยิงเข้ากรอบและออกนอกกรอบเพียง
8 ครั้ง
ส่งผลให้ความตื่นเต้นของแฟนบอลอยู่ในระดับที่ไม่หวือหวาตื่นเต้นเท่าที่ควร
จะเป็น
โอกาสในช่วงท้ายเกมเป็น
ของนิวคาสเซิล โดยนาทีที่ 88
ตัวสำรองอย่างไวจ์นัลดุมได้หลุดมายิงมุมแคบทางด้านซ้าย
แต่บอลจากเท้าของดาวเตะชาวดัตช์ไม่สามารถผ่านมือของโจ ฮาร์ทไปได้
จาก
นั้นหมดเวลา 90 นาที นิวคาสเซิลเสมอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1
ส่งผลให้เจ้าบ้านเก็บเพิ่มได้อีก 1 แต้มมามี 29 คะแนน
ยังพอมีลุ้นหนีตกชั้นในช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนทีมเยือนมี 61 คะแนน
หนีอันดับสี่อย่างอาร์เซนอลไปเพียง 1 แต้ม
ยังต้องขับเคี่ยวลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป
© ขอบคุณเนื้อหาจาก Goal.com